2 กรกฎาคม 2026 พระสังฆราชเปาโล ไตรรงค์ มุลตรี ประมุขสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “ส่งเสริมสุขภาวะโภชนาการ และแหล่งผลิตอาหารยั่งยืน สำหรับเด็กและผู้ยากไร้” ณ โรงเรียนบ้านเกาะนก ตำบลคูเต่า อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมี นายสุทธิรักษ์ โรจนหัสดิน รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 2 ตลอดจนผู้แทนมูลนิธิอาสาสร้างสุข โรงเรียนธิดานุเคราะห์ คณะผู้บริหารสถานศึกษา ผู้ปกครอง และนักเรียน เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง
3 ยุทธศาสตร์หลัก: แก้ปัญหาสารอาหารขาดแคลน-รับมืออุทกภัย
คุณพ่อสุวัฒน์ เหลืองสอาด ผู้ช่วยพระสังฆราชฝ่ายสังคมและผู้แทนศูนย์อภิบาลผู้เดินทางทะเล (Stella Maris) กล่าวรายงานว่า โครงการนี้ริเริ่มขึ้นเพื่อแก้ปัญหาข้อจำกัดด้านงบประมาณรายหัวของโรงเรียนขนาดเล็ก และเยียวยาผลกระทบจากภัยธรรมชาติ โดยมีการขับเคลื่อนผ่าน 3 กิจกรรมหลัก:
1.ยกระดับโภชนาการเชิงรุก: เพิ่มเงินอุดหนุนมื้ออาหาร (รายหัว) เพื่อดูแลให้นักเรียนได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่ 100%
2.สร้างแหล่งผลิตอาหารในโรงเรียน: พัฒนาพื้นที่เพื่อสร้างแหล่งวัตถุดิบและจัดตั้งกองทุนหมุนเวียน พึ่งพาตนเองในระยะยาว
3.เฝ้าระวังสุขภาวะ: มีระบบติดตามค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ของนักเรียนกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิด
พระสังฆราชเปาโล ไตรรงค์ มุลตรี กล่าวให้โอวาท ความตอนหนึ่งว่า
“เด็ก ๆ คือของขวัญจากพระเจ้าและเป็นอนาคตของสังคม… การคิดค้นนวัตกรรมการดูแลโภชนาการผ่านการลงมือทำ ไม่ใช่เพียงแค่การผลิตอาหารเท่านั้น แต่คือการปลูกฝังความรับผิดชอบและการพึ่งพาตนเองตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง”
เปิดตัว “8 นวัตกรรม อาหารยั่งยืน” จาก 8 โรงเรียนนำร่อง
ภายในงานได้มีการนำเสนอวิดีทัศน์เปิดตัวแนวคิดโมเดลอาหารหมุนเวียนที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละท้องถิ่นในจังหวัดสงขลา เพื่อสร้างรายได้และเสบียงสำรองในยามวิกฤต ดังนี้:
– ไข่ไก่ ปันสุข โรงเรียนบ้านเขารักเกียรติ
– น้ำพริกเห็ดสวรรค์ โรงเรียนวัดจังโหลน
– การแปรรูปอาหารทะเล. โรงเรียนบ้านเกาะนก
– เบเกอรี่ โรงเรียนวัดดอน
– เพาะเห็ดนางฟ้า โรงเรียนวัดชลธารประสิทธิ์
– เครื่องแกงตำมือ เพาะเห็ดนางฟ้า โรงเรียนกระจายสุทธิธรรมโมอนุสรณ์ฯ
– ปลูกผักไฮโดโปนิกส์ โรงเรียนบ้านเขาจันทน์
-เลี้ยงผึ้งชันโรง โรงเรียนบ้านเหมืองควนกรด
นายเจริญชัย มานะพัฒนพงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเกาะนก เปิดเผยความในใจว่า ชุมชนบ้านแหลมโพธิ์และเกาะนกได้รับผลกระทบอย่างหนักจากอุทกภัยครั้งใหญ่ช่วงปลายปี 2025 โรงเรียนต้องกลายเป็นศูนย์พักพิงให้ชาวบ้านทั้งไทยพุทธและมุสลิมที่น้ำท่วมมิดหลังคา การเข้ามาของโครงการนี้จึงเป็นมากกว่าการช่วยเหลือชั่วคราว
“ตอนแรกเราคิดว่าจะเหมือนหน่วยงานทั่วไปที่มาแล้วก็ไป แต่พอได้พูดคุย โครงการนี้กลับช่วยเติมเต็มสิ่งที่ขาดแคลนที่สุดคือนมและ ‘อาหารเช้า’ ให้กับเด็กทุกคน นอกจากนี้ นวัตกรรมการแปรรูปกุ้งแห้งซึ่งเป็นอาชีพหลักของชุมชนประมงที่นี่ จะทำให้นักเรียนได้เรียนรู้กระบวนการทำงาน มีรายได้ผ่านบัญชีธนาคารอิสลามของตนเอง และจะขยายผลไปสู่การสร้างอาชีพที่มั่นคงให้แก่ชุมชนในอนาคตด้วย” นายเจริญชัย กล่าว
นอกจากการเปิดตัวนวัตกรรมอาหารแล้ว ในพิธีเปิดยังได้มีการบริหารจัดการตามหลักการของศาสนาเพื่อการก้าวเดินไปด้วยกัน โดยร่วมกันส่งมอบ “ข้าวสารแห่งความรัก” เป็นข้าวสารถุงละ 5 กิโลกรัม ให้แก่ครอบครัวนักเรียนและผู้ประสบภัยกลุ่มเปราะบางจำนวน 200 ครอบครัว โดยจะสนับสนุนต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือน เป็นเวลา 12 เดือน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพและสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างโรงเรียนและชุมชนอย่างยั่งยืน












