DISAC x Enfants du Mékong

โครงการเด็กลุ่มแม่น้ำโขง (Enfants Du Mekong) เป็นองค์กรหนึ่งของชาวฝรั่งเศส ใช้ชื่อย่อว่า EDM เป็นองค์กรของเอกชนมิใช่ทางราชการได้ถือก้าเนิดเมื่อปีค.ศ.1958 (2510) ในเมืองเวียงจันทร์ ประเทศลาว โดยทันตแพทย์ชาวฝรั่งเศสผู้หนึ่งมีชื่อว่า นาย เรอเน เปอร์ชาร์ต (Rene Pechard) ท่านผู้นี้ได้ขอ ทุนการศึกษาครั้งแรกในปี ค.ศ. 1964 สำหรับการเลี้ยงดูเด็กกำพร้าที่ท่านได้รับไว้ในศูนย์ของท่าน EDM ได้เริ่มเข้ามาทำงานในประเทศไทยและประเทศพม่าในปี ค.ศ. 1987 (2530) ปัจจุบัน EDM ได้ช่วยบรรดาเด็กจำนวนมากกว่า 22,000 คน ในแถบประเทศตะวันออกเฉียงใต้ ( เขมร ลาว เวียดนาม จีน พม่า ฟิลิปปินส์ และประเทศไทย) สำหรับประเทศไทยและประเทศพม่า ได้มีโครงการให้ทุนการศึกษาถึง 88 โครงการ และให้ความ ช่วยเหลือแก่เด็กที่มีความยากจนจำนวน 2,800 คน องค์กร EDM ในประเทศไทยได้ให้ความช่วยเหลือแก่เด็กกำพร้าที่ครอบครัวยากจนที่สุด จุดมุ่งหมายคือ การให้การสนับสนุนเด็กที่น่าสงสารเหล่านี้ที่อยู่ในเมือง ในหมู่บ้าน ในศูนย์อพยพต่างๆ เพื่อว่าให้เขา สามารถได้รับการศึกษา   ศูนย์สังคมพัฒนา…

อ่านเพิ่มเติมDISAC x Enfants du Mékong

การจัดการชุมชนหมู่คณะให้เข้มแข็ง

งานพัฒนามนุษย์ในทุกมิติ (Integral Human Development) ถือเป็นงานหลักของศูนย์สังคมพัฒนา ภายใต้มูลนิธิคาทอลิกสุราษฎร์ธานี ในงานนี้ ศูนย์ฯ มุ่งส่งเสริมให้ทุกคนดำเนินชีวิตได้ตามศักดิ์ศรีมนุษย์ที่ได้รับจากพระเจ้า โดยเฉพาะการทำงานกับผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส  และผู้ที่อยู่ในภาวะเปราะบางหรือมีความเสี่ยงต่าง ๆ ศูนย์ฯ เชื่อว่า มนุษย์จะสามารถดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีได้อย่างยั่งยืนก็ต่อเมื่อมีการดำเนินชีวิตเป็นกลุ่ม หมู่คณะ ชุมชน และสังคมเพื่อการพึ่งตนเอง พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน แบ่งปันกัน เคารพซึ่งกันและกัน ปฏิบัติความยุติธรรมและสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นสังคมส่วนรวม และรวมถึงการไม่ระรานสิ่งแวดล้อม หรือใช้ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อแสวงประโยชน์จนเกินเลยต่อความต้องการที่แท้จริงของมนุษย์ ศูนย์ฯ ทำงานพัฒนามนุษย์ในทุกมิติ โดยส่งเสริมการสร้างชุมชนหมู่คณะ ตามความเชื่อและคำสอนทางศาสนาที่ว่า พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ให้มีเพื่อน คือมีชาย และมีหญิงให้เป็นครอบครัว ซึ่งถือเป็นชุมชนหน่วยเล็กที่สุดพื้นฐานในสังคมมนุษย์ และในทางสังคมวิทยาเองก็ถือว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคม รวมถึงพระเจ้ายังทรงสร้างสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ เพื่อให้มาเป็นเพื่อนของมนุษย์ด้วย จากประสบการณ์ในสังคมที่ผ่านมา การสร้างกลุ่ม สร้างชุมชนหมู่คณะนั้น มิใช่เรื่องง่าย ๆ ที่จะทำและประสบความสำเร็จ เนื่องจากเป็นการทำงานกับมนุษย์ ซึ่งยังคงมีความอ่อนแออยู่ ดังนั้น ศูนย์ฯ จึงมีแนวทางทำงานเพื่อสร้างชุมชนหมู่คณะให้เข้มแข็ง ยั่งยืน และก้าวไปข้างหน้าอย่างสม่ำเสมอ โดยแนวทางนี้เกิดจากการสรุปบทเรียน การไตร่ตรองการทำงานที่ผ่านมา และปรึกษาหารือกับคนอื่น ๆ และองค์กรอื่น ๆ ที่ทำงานในลักษณะเดียวกัน แนวทางประการแรก คือการปลุกจิตสำนึก จำเป็นต้องมีการปลุกจิตสำนึกว่าเราแต่ละคนอยู่ตัวคนเดียวไม่ได้…

อ่านเพิ่มเติมการจัดการชุมชนหมู่คณะให้เข้มแข็ง

คน สัตว์ พืชพันธุ์ และสิ่งแวดล้อม: ความเกี่ยวข้องที่สัมพันธ์พึ่งพากัน

คำนำ มนุษย์ สัตว์และพืชพันธุ์ต่าง ๆ รวมถึงสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ อาศัยอยู่ร่วมกันในโลกมาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ แม้ว่าจะมีอะไรหลายอย่างแตกต่างกัน แต่ก็มีอะไรหลายอย่างเหมือนกัน โดยอาศัยธรรมชาติในการดำรงชีวิตเหมือนกัน ทั้งอากาศ น้ำ และทรัพยากรอื่น ๆ  ที่สำคัญทั้งมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ต่างก็มีต้นกำเนิดมาจากแหล่งเดียวกันอีก  ดังนั้น มนุษย์ สัตว์และพืชพันธุ์ต่าง ๆ จึงมีความเป็นมาและเชื่อมโยงเกี่ยวข้องสัมพันธ์ซึ่งกันและกันมาตลอดตั้งแต่ต้น อย่างไรก็ตาม นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สัตว์และพืชต่างไม่เคยระรานมนุษย์ มีแต่มนุษย์เท่านั้นที่ระรานทั้งสัตว์ และพืชอย่างไม่บันยะบันยัง ทั้งนี้เพื่อตอบสนองกิเลสความต้องการอันเป็นผลประโยชน์ส่วนตน  มนุษย์เราคงต้องเปลี่ยนมุมมองและพฤติกรรมของตนที่มีต่อทั้งสัตว์และพืช เพื่อทั้งหมดจะได้ดำรงชีพอยู่ในโลกได้อย่างยั่งยืน   กำเนิดของมนุษย์และสิ่งมีชีวิต บทแรกและบทที่สองของหนังสือปฐมกาล ในพระคัมภีร์ภาคพระธรรมเก่าของคริสต์ศาสนา ระบุไว้ว่า พระเจ้าทรงสร้างโลกจากความว่างเปล่า สร้างความสว่าง และแยกออกจากความมืดในวันที่หนึ่งของการสร้าง สร้างฟ้าและแยกน้ำออกจากฟ้าในวันที่สอง ให้น้ำมารวมในที่เดียวกันเป็นทะเลและแผ่นดินก็เกิดขึ้น และทรงสร้างพืชพันธุ์ต่าง ๆ รวมทั้งไม้ผลในวันที่สาม ทรงสร้างดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ในวันที่สี่ ทรงสร้างนก สัตว์ทะเล ในวันที่ห้า ทรงสัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์ป่า รวมทั้งมนุษย์ ในวันที่หก ซึ่งพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ตามภาพลักษณ์ของพระองค์ และทรงอวยพรมนุษย์ให้ทวีจำนวนขึ้นจนเต็มแผ่นดิน ให้ปกครองแผ่นดิน เป็นนายเหนือปลาในทะเล นกในอากาศ และสัตว์ทุกชนิด ทรงให้ข้าวทุกชนิดและผลไม้เป็นอาหาร ส่วนบรรดาสัตว์ป่า นกในท้องฟ้า และสัตว์เลื้อยคลานนั้น…

อ่านเพิ่มเติมคน สัตว์ พืชพันธุ์ และสิ่งแวดล้อม: ความเกี่ยวข้องที่สัมพันธ์พึ่งพากัน

วิวัฒนาการแนวคิดสิทธิมนุษยชน

ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง ไม่ค่อยมีใครพูดคุยกันเรื่องสิทธิมนุษยชนเท่าใดนัก จนกระทั่งเมื่อสงครามจบลงด้วยความเสียหายมหาศาล โดยเฉพาะการสูญเสียชีวิตคน จึงได้มีการกล่าวถึงสิทธิมนุษยชนกันเพิ่มมากขึ้นในสังคมตะวันตก ตามประเทศยุโรปตอนใต้แถบเมดิเตอเรเนี่ยน โดยเฉพาะเมื่อมีการประกาศปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนในปี ค.ศ. 1948 น่าสังเกตว่า ปฏิญญาฯ ฉบับนี้ได้รับการรับรองเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม โดยสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1945 หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง) และรัฐธรรมนูญฉบับแรกของไทยก็ประกาศใช้วันเดียวกัน แต่ประกาศก่อนปฏิญญาฯ ถึง 16 ปี ทำไมจึงมีการพูดถึงสิทธิมนุษยชนกันมากขึ้นช่วงหลังของศตวรรษที่ 20 สิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นได้อย่างไร มีที่มาที่ไปอย่างไร บทความนี้จะค้นหาคำตอบ โดยจะใช้เนื้อหาในหนังสือชื่อ “สิทธิมนุษยชน และพระศาสนจักร: ข้อพิจารณาและไตร่ตรองเชิงประวัติศาสตร์ และเทวศาสตร์” เป็นหลัก ซึ่งหน้งสือนี้ประกอบไปด้วยสองบทความที่นำเสนอต่อที่ประชุมนานาชาติ จัดโดยคณะกรรมการยุติธรรมและสันติแห่งสันตะสำนัก ที่กรุงโรม เมื่อวันที่ 14-16 พฤศจิกายน ค.ศ. 1988 ซึ่งข้าพเจ้าได้แปลไว้ และได้รับการจัดพิมพ์โดยคณะกรรมการยุติธรรมและสันติแห่งประเทศไทย ในสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2539 เป็นที่ยอมรับกันว่าทั่วไปว่า ฝรั่งเศสเชี่ยวชาญด้านทฤษฎีสังคมนิยม เยอรมนีเชี่ยวชาญด้านปรัชญา ส่วนอังกฤษนั้น เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ แนวคิดทั้งสามสาขามีส่วนสำคัญทั้งในฐานะปัจจัยผลักดันให้เกิดแนวความคิดด้านสิทธิมนุษยชน แต่ก่อนที่จะกล่าวถึงสิทธิมนุษยชน เราคงต้องแลหลังหวนไปหาที่มาที่ไปของแนวคิดปรัชญาตะวันตกเสียก่อน เนื่องจากเป็นปัจจัยสำคัญปัจจัยหนึ่งที่นำไปสู่แนวคิดเรื่องสิทธิมนุษยชนแบบตะวันตก ผู้คนในอารยธรรมยุคแรกที่เกิดขึ้นในบริเวณนี้ มีความเชื่อว่ามนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติและอยู่ในการควบคุมของสิ่งศักดิ์สิทธิ์…

อ่านเพิ่มเติมวิวัฒนาการแนวคิดสิทธิมนุษยชน